ระบบติดตามรถยนต์(Vehicle Tracking System)คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

เคยสงสัยบ้างไหมว่า…

  • พนักงานของเราขับรถออกไปไหนบ้าง..???
  • ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เราจ่ายเกินความจำเป็นไหม..???
  • เราใช้รถได้อย่างคุ้มค่าแล้วหรือยัง..???
  • เรารู้ไหม ว่ารถต้องเข้าซ่อมบำรุงเมื่อไหร่..???

แล้วเราจะดูแลและใช้งานรถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้อย่างไร ??? …

ระบบติดตามรถยนต์ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงการใช้งานรถยนต์ในธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งด้านความปลอดภัย และการประหยัดน้ำมัน ทำให้เราสามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจได้ เรามาทำความรู้จักระบบติดตามรถยนต์กันเถอะ

ระบบติดตามรถยนต์ในตลาด สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้

ระบบติดตามตำแหน่งรถยนต์(ระบบ GPS / GPS Tracking System)

GPS Tracking Systemระบบติดตามตำแหน่ง

มุ่งเน้นการเก็บจากยานพาหนะหลายด้านเพื่อนำมาวิเคราะห์และเพิ่มประสิทธิภาพ

เป็นระบบติดตามรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด เนื่องจากมีราคาประหยัดที่สุด โดยใช้ข้อมูลตำแหน่งรถยนต์เป็นหลัก แล้วคำนวณ ความเร็ว และ ระยะทางจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรถยนต์ ซึ่งอาจจะมีความคลาดเคลื่อนได้ และหากต้องการ ข้อมูลใดๆ จากรถยนต์ ก็จำเป็นจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่ม เช่น ติดตั้งเซ็นเซอร์ถังน้ำมัน เพื่อได้ข้อมูลระดับน้ำมันคงเหลือในถังน้ำมัน เป็นต้น

ระบบเทเลมาติกส์(Telematics System)

Telematics Systemระบบติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

มุ่งเน้นการระบุตำแหน่งของยานพาหนะแบบเรียลไทม์

เป็นระบบติดตามรถยนต์ที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากมีราคาที่สูงกว่าระบบ GPS ค่อนข้างมาก โดยใช้ทั้งข้อมูลตำแหน่งรถยนต์ร่วมกับข้อมูลต่างๆ ที่สามารถอ่านได้จากตัวรถยนต์ เช่น สถานะเครื่องยนต์ ความเร็ว เลขไมล์ ระดับน้ำมันคงเหลือ เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์และปรับปรุงการใช้งานรถยนต์ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น

ความจำเป็นของระบบติดตามรถยนต์

กรมการขนส่งทางบก กำหนดให้รถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร (ยกเว้นรถสองแถว) และรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของทุกคัน จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ติดตามรถยนต์ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้สามารถควบคุม กำกับ ดูแลผู้ขับรถเหล่านี้ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับรถยนต์อื่นๆ นอกจากรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบติดตามรถยนต์ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามระบบติดตามรถยนต์เป็นอีกเครื่องมือที่ผู้ประกอบการหลายๆ แห่งเลือกใช้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงการใช้งานรถยนต์ในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Fleet Telematics Serviceby Toyota

เพื่อเป็นการยกระดับการบริหารจัดการยานพาหนะ และการขนส่งครบวงจร ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้พัฒนาบริการ Fleet Telematics Service (FTS) ขึ้น เป็นระบบเทเลมาติกส์ที่มีราคาใกล้เคียงกับระบบติดตามตำแหน่งรถยนต์ รวมถึงสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อเชื่อมการขับเคลื่อนธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารได้ถึง 3 ด้าน คือ

ประหยัดเวลา

  • ได้ข้อมูลตำแหน่งรถ เส้นทาง มาวางแผนการขนส่งเพื่อประโยชน์สูงสุด
  • ใช้ข้อมูลอัตโนมัติเพื่อบริหารจัดการรถยนต์ แทนการจดบันทึกเอง เช่น ระยะทาง เลขไมล์ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และการซ่อมบำรุง ฯลฯ

ลดต้นทุน

  • ข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงขณะขับ หรือจอด มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการใช้รถยนต์ให้ ประหยัดมากขึ้น เป็นการลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร
  • ข้อมูลการขับขี่ ความเร็ว ออกตัวหรือเบรคกระทันหัน มาปรับปรุงพฤติกรรมการขับ ให้ปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ

ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ

  • ควบคุมการจัดส่ง จัดกลุ่มเส้นทาง ให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตรงเวลา

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาคลิกที่นี่

นอกจาก Fleet Telematics Service ซึ่งเป็นการให้บริการระบบเทเลมาติกส์เต็มรูปแบบแล้วสำหรับลูกค้าที่ใช้ระบบติดตามรถยนต์ของผู้ให้บริการรายอื่นอยู่ และอยากให้ทางบริษัทฯ ส่งข้อมูลรถยนต์จากระบบเทเลมาติกส์ เพื่อไปแสดงบนระบบของผู้ให้บริการที่ลูกค้าใช้งานอยู่ ทางบริษัทฯ ก็สามารถให้บริการข้อมูลการใช้งานรถยนต์ ผ่าน API เป็นทางเลือกเพิ่มเติม

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Fleet Telematics Service หรือ บริการข้อมูลการใช้งานรถยนต์ ผ่าน API กรุณาคลิก

หมายเหตุ

  • * บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เป็นเพียงผู้รวบรวมข้อมูลการดัดแปลง เท่านั้น รูปแบบและราคา เป็นการประมาณเบื้องต้น โปรดติดต่อผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า หรือผู้ผลิตรถดัดแปลงโดยตรง
  • ** ส่วนติดตั้งเพิ่มเติมจากตัวรถยนต์ ส่วนควบ ชิ้นส่วนของรถยนต์ที่ถูกคัดแปลง และได้รับผลกระทบจากการตัดแปลงจะมีการประกอบ ติดตั้ง และรับประกันโดยผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นเพียงผู้สรุปข้อมูลจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เท่านั้น โดยอ้างอิงจากข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569

ข้อมูลต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมท่านสามารถศึกษาได้จากกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก

Toggle